[Story] The Music House : Chapter 1

posted on 22 Jun 2008 16:05 by nacolulu

นี่เป็นเนื้อหาตอนแรกนะครับ สนุกไม่สนุกอย่างไง ก็โพสบอกกันบ้างนะครับ

 -----------------------------------------------------------------------------------------

Chapter 1 :

          มือเล็กเรียวบางค่อย ๆ บรรจงกดหมายเลขโทรศัพท์  เย็นวันนี้เขานัดกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ตกลงกันไว้ว่า หลังจากสอบเสร็จจะไปฉลอง กันที่ ร้านไอศกรีมที่อยู่ใกล้ ๆ กับโรงภาพยนตร์ซึ่งภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย สีครีมของผนังห้องเข้ากันได้ดีกับโต๊ะและเก้าอี้ไม้โทนสีน้ำตาลอ่อน ชวนให้ลุ่มหลงกับความอบอุ่นที่เจ้าของร้านต้องการมอบให้กับลูกค้าที่เข้ามารับบริการ

          ธนัชฌา หรือ น้ำชา  หนุ่มน้อยหน้าตาใสซื่อ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกลมโตเป็นประกาย ผิวขาวนวลเข้ากันได้ดีกับสีชมพูระเรื่อของริมฝีปาก เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ร่าเริง สดใส เข้ากับคนอื่นได้ง่าย และ มักมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ

"เมื่อไหร่จะมากันซะที  เรารอนานแล้วเนี้ย" ต้นสายกล่าวด้วยอารมณ์หงุดหงิด เขามานั่งรอได้เกือบ ๆ ชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าเพื่อนอีกสองคนจะโผล่มาเลย

"ต้องขอโทษจริง ๆ  นะชา เราคงไปไม่ได้แล้ว แม่เราป่วยหนัก ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล" ปลายสายกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือซึ่งตัวน้ำชาเองก็พอที่จะเข้าใจอยู่บ้าง

"อ้าวเหรอ! แล้วตอนนี้อาการเป็นอย่างไรบ้างไม่หนักใช่ไหม" ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนจึงรีบคว้ากระเป๋า เตรียมมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลที่ปลายสายอยู่ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อนึกได้ว่า ถ้าเขาไปเพื่อนอีกคนมาแล้วไม่เจอ จะไม่กลายเป็นผิดใจกันเปล่า ๆ หรอกหรือ

"ไม่เป็นไรมากหรอก  หมอบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ชารอขวัญที่ร้านเถอะ" แม้จะไม่ได้คุยกับแบบเห็นหน้า แต่ธนัชฌาก็ผงกศีรษะเข้าใจหลังจากที่ปลายสายพูดจบ

"อืม ๆ  ฝากสวัสดีแล้วก็อวยพรให้คุณแม่นายหายเร็ว ๆ ด้วยละกัน" มือขาวปลายนิ้วเรียวยาวกดวางสายทันทีที่กล่าวจบเพื่อจะโทรออกอีกครั้ง  จอมขวัญ  เพื่อนสาวแสนสวย เป็นเป้าหมายคนต่อไป


          บริกรหนุ่มเดินเข้ามาถามเชิงตำหนิว่า จะสั่งอะไรไหม เพราะเห็นมานั่งอยู่นานแล้ว ด้วยความละอายที่ยังพอหลงเหลืออยู่บ้าง เลยจำใจต้องสั่งไป เกรงว่าถ้าไม่สั่งอะไรบ้างเขาคงกระเด็นออกนอกร้านเป็นแน่ไม่กี่อึดใจ ไอศกรีมที่สั่งก็มาถึง วนิลาซันเดย์ สามลูกลาดด้วยคาราเมลส่วนบนแต่งด้วยวิปปิ้งครีมโรยหน้าด้วยอัลมอลด์ผงเป็นสิ่งที่เย้ายวนให้ริมฝีปากบางต้องลิ้มลองอย่างหยุดใจไม่ได้ แต่ไม่ทันที่เขาจะตักเข้าปาก เสียงเครื่องมือสื่อสารแบบพกพาก็ดังขึ้นมาซะก่อน


ปลายนิ้วเล็กเรียวบางกดปุ่มรับทันที "ว่าไงยายขวัญ กำลังจะโทรหาอยู่พอดีเลย"
"ขอโทษด้วยจริง ๆ เรื่องที่นัดกันเอาไว้ ฉันคงไปไม่ได้แล้วหล่ะแก" ยังไม่ทันที่จะอธิบายอะไรน้ำชาก็พูดดักหน้าซะก่อน

 "อืมเข้ามาแล้ว กำลังจะกลับพอดี งั้นแค่นี้นะ" พูดจบโทรศัพท์ในมือก็ถูกปิดลงทันที น้ำชาเรียกบริกรเข้ามาเก็บเงิน อารมณ์ในตอนนี้มันทั้งเคืองทั้งน้อยใจผสมปนกันไปหมด

        
  ถึงแม้ว่าการรอคอยจะไม่น่าอภิรมย์นัก  แต่เขาก็เต็มใจที่จะรอเพื่อน ๆ เขาได้เสมอ แต่อยู่ ๆ ก็มายกเลิกเรื่องที่นัดกันเอาไว้ โดยที่เขาอุตสาห์มานั่งรอกว่าชั่วโมง มันเป็นเรื่องที่ยากจะรับได้จริง ๆขาเรียวยาวก้าวออกจากอาคารพาณิชย์สีครีมด้วยอารมณ์หงุดหงิด ตอนนี้เขาไม่รู้จะไปไหนดีในเมื่อการนัดหมายถูกยกเลิก จะให้ดันทุรังนั่งต่อไปทำไม มันสมองอันมีอยู่น้อยนิดของธนัชฌา เริ่มประมวลผลสถานที่ต่าง ๆ ที่เขาพอจะไปสงบสติอารมณ์ได้ในตอนนี้

"สวนสาธารณะ!" หนุ่มน้อยอุทานขึ้นมา ดูเหมือนสมองที่ดูเหมือนจะมีไม่มากนักของเขายังคงมีประสิทธิภาพอยู่บ้าง อาการหงุดหงิดงุ่นง่านของเขา ทำเอาคนที่เดินผ่านไปมาหันมองด้วยความสนใจ

"ท่าจะบ้า!!! "  เสียงสบถของหญิงสาว อายุราว ๆ 30 ดังขึ้นมาทำเอา ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนหันควับทันควัน ทันทีที่หล่อนสบตาเข้าก็ต้องสะดุ้งเพราะผู้ที่ถูกอ้างถึงแสดงอาการสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด


          ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ สีเขียวสดของพันธุ์ไม้นา ๆ ชนิดที่พิถีพิถันจัดเรียงไว้อย่างสวยงามลงตัวก็ทำให้ความร้อนรุ่มนั้นบรรเทาเบาบางลงอย่างทันตาเห็น  จากความอบอ้าวก็เปลี่ยนเป็นความสนชื่นทันทีที่ย่างกายเข้ามา ถึงกระนั้นก็เถอะ อารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวของหนุ่มน้อยหน้าใสคนนี้ไม่ใช่จะหายกันง่าย ๆ ซึ่งปกติเขาจะไม่ใช่คนอารมณ์ร้อนอะไร ที่มันรุนแรงขึ้นมาก็เพราะเพื่อนไม่ใช่เพื่อนธรรมดา ๆ  ของเขาเนี้ยหล่ะ จะไม่ให้โมโหได้ไง ก็ทั้งสองคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทที่มีอิทธิพลกับตัวเขามากที่สุดนี่! การระบายอารมณ์เพื่อลดความกดดัน จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ น้ำชาตัดสินใจเลือกก้อนหินขนาดพอเหมาะตรงหน้าเป็นสารละลายความโกรธ ซึ่งมันก็คงจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนัก อย่างน้อยมันก็ไม่มีชีวิต................ แล้วมันก็ไม่เจ็บไม่เป็นด้วย

 

ดวงตากลมใสเพ่งไปยังก้อนหินข้างหน้าอย่างมีสมาธิ  แล้วค่อย ๆ ง้างปลายเท้าไปด้านหลัง เพื่อใช้เป็นแรงส่งในการเตะหินให้กระเด็นออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ แต่...........


"เหวอ ๆๆๆๆ!! ตุ๊บ!!!"

ด้วยทักษะการเล่นฟุตบอลที่ไม่ได้เรื่องบวกกับความแข็งแรงของร่างกายที่หาแทบไม่เจอทำให้ร่างบางเพรียวลมล้มหงายหลังก้นกระแทกเข้ากับพื้น อย่างจัง ด้วยเพียงเพราะเขาเตะไม่โดนหินที่เล็งเอาไว้


"ให้มันได้อย่างนี้ซิวะ" ริมฝีปากชมพูระเรื่อบ่นออกมา ด้วยความหงุดหงิดที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ
         

 หนุ่มน้อยยังคงไม่ล้มเลิกความคิดเดิม มือบางที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสดจากเหตุที่ล้มเมื่อครู่ค่อย ๆ ปัดกางเกงที่เปื้อนฝุ่นออก แล้วลุกขึ้นตั้งหลักใหม่ "คราวนี้ไม่พลาดแน่นอน"  แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เขาสามารถล้างอายจากการกระทำอันงี่เง่าในครั้งแรกได้


"เพล้ง!!!!!"


แต่เหมือนเทพธิดาชะตาอับ ยังคงสถิตอยู่กับตัวเขาราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระแสโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา  ทำให้การเคลื่อนย้ายก้อนหินด้วยกำลังภายในของธนัชฌา พุ่งตรงไปปะทะกับกระจกรถยนต์คันหนึ่งเข้าอย่างจัง

"ให้ตายซิ วันนี้มันวันมหาซวยจริง ๆ " หนุ่มน้อย ไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไรให้เหมาะสมกับการกระทำที่สุดแสนจะปัญญานิ่มของเขา อย่างมากก็ได้แค่สบถออกมาเรื่อยเปื่อย

         
 ร่างสูงโปร่งกำยำ ค่อย ๆ ก้าวเท้าออกมาจากรถสปอร์ท ซาลูน สุดหรู ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น New E200K Ver. 2007 ใหม่ล่าสุด สีบรอนซ์เงินสวยสะดุดตา แต่ความสวยของรถไม่ได้เป็นที่สะกิดใจของธนัชฌาแม้แต่น้อย ขณะนี้เขานึกภาวนาเพียงว่า.......... ขออย่าให้เจ้าของรถคันนั้นเอาเรื่องเลย สาธุเพี้ยง!!!

"ทำอะไรวะ"  แค่ประโยคแรกก็ทำเอาหนุ่มน้อยหน้าซีดตัวสั่น เป็นใบ้พูดอะไรไม่ออก เหมือนใครซักคนใช้ของแข็งทุบเข้าที่ศีรษะ.................เฮ้อ!! หมอชาฟัง(เสา)ธง เรื่องนี้ไม่มีการยอมความแน่ ๆ
"เออ คือว่า.........

" ธนัชฌาหน้าเจื่อน กลืนน้ำลายอย่างลำบาก  ชายหนุ่มผู้เสียหายเพ่งสายตามองลงมาที่ตัวต้นเหตุถึงแม้ว่าเขาจะใส่แว่นดำ แต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนที่ทำกระจกรถเป็นรูโหว่ มีหน้าตาอย่างไร

"คือว่า ผมคงไม่มีเงินพอที่จะจ่ายชดใช้ค่าเสียหายหรอกครับ ผมเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่เสียตั้งแต่เด็ก ต้องไปอยู่กับยาย บ้านผมเป็นเพิงเล็ก ๆ มุงด้วยจากเก่า ๆ ฝนตกก็แทบไม่ต้องอาบน้ำเลย..............." ธนัชฌาพล่ามยาว ยกเหตุผลร้อยแปดพันเก้า เท่าที่สมองส่วนเซเลบลัมของเขาจะคิดได้ ในใจก็เริ่มภาวนาอีกครั้ง.............สาธุ ได้ผลที่เถอะ

"พอได้แล้ว" ชายหนุ่มหน้าเข้มเอ่ยขึ้นมา ราวกลับสวรรค์เห็นใจหนุ่มน้อยแอบยิ้มนึกว่าจะสำเร็จตามแผน

"พูดอะไร ไม่เห็นจะเกี่ยว" พลันอารมณ์ดีใจเมื่อครู่ก็สลายหายไปในพริบตา หนุ่มน้อยคอตก ค่ายกลที่เขาตั้งไว้ใช้ไม่ได้ผล.........นี่ขนาดส่งสายตาวิงวอนแล้วนะ

"เอาอย่างงี้แล้วกัน ในเมื่อไม่มีเงินจะจ่าย ห้องพักที่คอนโดฉันกำลังต้องการพนักงานพอดี งั้นนายก็ไปเป็นคนทำความสะอาดที่ห้องฉันก็แล้วกัน" ชายหนุ่มร่างสูงขยับแว่นตาดำเล็กน้อยก่อนจะหันไปดูร่องรอยจากการกระทำของธนัชฌา

"ว่าแต่.........เตะได้ไม่เลวเหมือนกันนี่"



หนุ่มน้อยเข่าอ่อนแทบจะเป็นลมล้มพับ เมื่อได้ยินโจทก์ยื่นขอเสนอที่เขาต้องจำใจยอมรับมัน อย่างไม่มีทางเลือก..................... นี่เราต้องไปเป็นคนใช้งั้นหรือ  ไม่จริงใช่ม้ายยยย!!!!
 

 

edit @ 22 Jun 2008 16:10:54 by St. Micaeal

edit @ 22 Jun 2008 16:14:57 by St. Micaeal

Dumbly Boy's Love Story : The Music House

posted on 22 Jun 2008 15:53 by nacolulu

Dumbly Boy's Love Story : The Music House >>> ซุ่มซ่ามดีนัก รักซะให้เข็ด

นิยายเรื่องนี้ผมแต่งเองครับ แล้วก็แต่งจนจบแล้วด้วย ใช้นามปากกาว่า พู่กันขนนก นะครับ เนื้อหาจะเป็นแนว Shonen AI + Yaoi  เอ๊ะอย่างไง ก็คือว่า เป็นรักใส ๆ ของหนุ่มน้อยที่จับผลัดจับผลูต้องมารับใช้ซุปเปอร์สตาร์แล้วกามเทพก็เล่นตลกให้คนทั้งคู่มาชอบกันซะดื้อ ๆ เนื้อหาออกจะหวาน ๆ น่ารัก ๆ หน่ะครับ ถ้าใครได้อ่านอาจจะติดใจในความน่ารักของน้ำชา กับ พี่โฟมก็ได้นะเนี้ย ฮ่า ๆๆๆๆๆ เอาเป็นว่า เอาอินโทรมาให้อ่านกันก่อนนะครับ แล้วจะลงตอนที่ 1 ทันที เคิ้ก ๆๆๆๆ

 [InTRo]  ....................

ธีรณัฐ :  น้ำชาหน่ะเหรอครับ เขาเป็นเด็กที่ซุ่มซ่ามได้ใจผมเลยหล่ะ ให้ทำโน่นทำนี่ก็บ่น ทำข้าวของในห้องผมเสียหายประจำ แต่อย่างว่าหล่ะครับ ถึงจะนิสัยโก๊ะ ๆ ไปหน่อย แต่หน้าตา น่ารัก ๆ อย่างงั้น ผมโกรธไม่ลงหรอก  เพราะถึงอย่างไงผมก็รักเขาแล้วนี่ครับ ไม่งั้นจะมายืนข้าง ๆ ซุปเปอร์สตาร์อย่างผมเหรอ?


ธนัชฌา :  พี่โฟม พูดอย่างงี้ก็ไม่ถูกนะ ผมก็ทำตามที่พี่โฟมสั่งทุกอย่าง แค่พลาดนิดพลาดหน่อยไม่เห็นต้องมาแฉกันเลยนี่ ไม่รู้หล่ะ ผมงอนแล้วนะ


ธีรณัฐ : เห็นไหมครับ แค่เนี้ยก็งอนแล้ว โอ๋ ๆๆๆๆๆ  อย่างอนน่า นะ พี่ง้อแล้วเนี้ย งอนอีกพี่จะจูบนะเอ้าซิ (พูดจบก็พุ่งตรงเข้าไปหาทันที.......อะไรจะหื่นขนาดนั้นนะ)

ธนัชฌา : เง้อ......................ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย  ไปไกล ๆ ไอ้บ้า ลามก อย่าน้า.......... (ว่าแล้วก็วิ่งไปรอบ ๆๆๆ)

ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกก่อนนะครับว่า บล๊อคนี้จะรวบรวมนิยายวาย หลากหลายสายพันธ์ เอามาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน อธิบายนิดนะครับ สำหรับคนที่ไม่รู้จัก นิยายวาย

 โดยปกตินิยายแบ่ง ออกเป็นหลายประเภทนะครับ ซึ่งผมไม่ขอพูดในส่วนนั้นละกันนะ

 เรื่องที่ผมจะพูดก็คือ นิยาย Y ซึ่งมันก็หมายความว่า เป็นนิยาย ที่ตัวเอก มีความรักให้กับเพศเดียวกัน ก็จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก  ๆ คือ

Yaoi (ยาโอย)

เนื้อหาจะเป็นของหนุ่ม ๆ นะครับ โดยนิยายประเภทนี้จะต้องมีฉากลากกันขึ้นเตียง เอิ้ก ๆๆๆ (เขิลวุ้ย) ซึ่งมันก็จะติดเรทแน่นอน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับผู้แต่งว่าจะแต่งให้มีเนื้อหา ดุเดือดเลือดพล่าน แค่ไหน หรือจะขอแค่เบาะ ๆ ราวกิ่งไผ่ต้องลม เหอะ ๆๆๆๆ  แต่ถ้าเนื้อหาน้อยกว่านี้ ไม่มีฉากอย่างว่าก็จะกลายเป็นอีกแนวไปครับ นั่นก็คือ

Shonen AI (โชเนน เอไอ)

ซึ่งเนื้อหานี้จะหมายความว่า เนื้อเรื่องจะมีความรุนแรงน้อยกว่าประเภทบนมาก ไม่มีฉากขึ้นเตียงให้เสียเลือด(เอิ้ก ๆๆ) หรือถ้าเป็นภาษาสากล นิยายประเภทนี้ก็จะเป็น Boy's love แนวความรักใส ๆ น่ารัก ๆ อ่ะครับ หุหุ เหมาะสำหรับสาวก วาย ฝึกหัดทั้งหลายที่ภูมิคุ้นกันการเสียเลือดจากฉากระทึกขวัญ ฮ่า ๆๆๆๆ

Yuri (ยูริ)

เนื้อหานี้ก็จะแตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิงครับ เป็นเนื้อหาสำหรับ สาว ๆ กับ สาว ๆ คิก ๆๆๆ  เอาไปจิ้นกันเองน้าซึ่งเนื้อเรื่องจะเน้น ความผูกพันธ์ ความรัก รวมถึงการมีสัมพันธ์ทางกายระหว่างสาว ๆ ด้วยกัน สัญลักษณ์ทีใช้คือ ดอกลิลลี่ ครับ 

 

ในประเภทของนิยายทั้ง 3 แบบนั้น ยังมีคำศัพท์ที่ใช้เฉพาะกลุ่มที่บางคนอาจจะคุ้นเคยกันดีนะครับ

Seme(เซะเมะ)  and  Uke(อุเคะ) ซึ่งจะเน้นหนักในนิยายสองประเภทแรก ส่วน ในเนื้อหาของยูริจะไม่ค่อยเน้นครับ เพราะอาจจะมีความยืดหยุ่นสูง ส่วนใหญ่นิยาย ยูริ มักจะหาสาว ๆ สองประเภทมาคู่กัน เช่น เลือดร้อนกับอ่อนหวาน หรือไม่ก็นิ่งเงียบกับร่าเริง อะไรประมาณนั้น

Seme มีความหมายว่า ฝ่ายรุก ส่วน Uke มีความหมายว่าฝ่ายรับครับ คงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมละม้าง ฮ่า ๆๆๆ เคิ้ก ๆๆๆๆ

ไว้ค่อยคุยกันต่อคราวหน้านะครับ วันนี้ไว้แค่นี้ละกัน ใครมีข้อสงสัยก็โพสไว้เน้อ ถ้ารู้จะมาตอบ ถ้าไม่รู้ก็จะพยายามหามาตอบให้คาฟฟฟฟฟ